วันจันทร์, 26 ตุลาคม 2563

บ้าน ‘พั้นซ์ วรกาญจน์’ ใช้ชีวิตครอบครัว

08 เม.ย. 2020
170

บ้าน ‘พั้นซ์ วรกาญจน์’ ใช้ชีวิตครอบครัว (ชมภาพ)

หากย้อนกลับไปในช่วง พ.ศ. 2548 เชื่อว่าคงไม่มีวัยรุ่นคนไหนไม่รู้จักนักร้องสาวตาคม พั้นซ์-วรกาญจน์ โรจนวัชร ที่โด่งดังสุดๆ

จากเพลง “คำขอร้องของผู้หญิงตาดำๆ” ในอัลบั้ม ผู้หญิงตาดำๆ ส่งผลให้พั้นซ์กลายเป็นไอดอลและแฟชั่นไอคอนของเหล่าวัยรุ่นในยุคนั้น

และเธอยังมีผลงานเพลงฮิตติดหูออกมาอีกมากมาย รวมทั้งยังมีผลงานด้านการแสดง ทั้งละคร ซิทคอม และภาพยนตร์ ออกมาให้แฟนๆติดตามอย่างต่อเนื่อง

แต่ด้วยเวลาและยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ทำให้ชื่อของ พั้นซ์ วรกาญจน์ จางหายจากการเป็นที่รู้จักของคนรุ่นใหม่ โดยไม่ได้ปล่อยซิงเกิ้ลเดี่ยวของตัวเองนานถึง 6 ปี

จนแฟนๆ คิดว่าเจ้าตัววางไมค์ไปใช้ชีวิตครอบครัวอย่างถาวรแล้ว หลังจากเข้าพิธีแต่งงานกับสามี อรรถกร คูพัฒนาวิบูลย์ ในปี 2560

ล่าสุดแฟนๆ ของผู้หญิงตาดำๆ คนนี้ก็ได้เฮอีกครั้ง เพราะ พั้นซ์ ได้หวนมาจับไมค์ ปล่อยซิงเกิ้ลล่าสุด ในเพลง “เก็บซ่อน” เพลงดราม่าเจ็บลึกที่แฟนๆคุ้นเคย

กับค่าย ข้าวสาร เอ็นเตอร์เทนเมนต์ งานนี้จึงพลาดไม่ได้ที่เราต้องขอคว้าตัวสาวพั้นซ์มาเปิดใจถึงการหายไปที่แฟนๆ คิดถึง และก้าวใหม่ในครั้งนี้

ปล่อยซิงเกิ้ลของตัวเองในรอบ 6 ปี กระแสตอบรับเป็นยังไงบ้าง ? พั้นซ์ : กระแสตอบรับดีมากค่ะ ดีใจมาก เพราะตัวพั้นซ์เองชอบเพลงนี้มาก

และรู้สึกว่า ถ้าคนฟังได้ฟังเพลงนี้เขาก็น่าจะชอบเหมือนกัน ถ้าชอบในความเป็นพั้นซ์ที่เหมือนย้อนกลับไปยุคแรก ๆ อารมณ์เหมือน ผู้หญิงตาดำ ๆ พอฟังเพลงนี้ก็น่าจะชอบเหมือนกัน

แต่การทำเพลงนี้พั้นซ์ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องโด่งดัง คิดแค่ว่า อย่างน้อยแฟนคลับที่เขารอการกลับมาทำเพลงของเราเขาก็จะได้หายคิดถึงกัน

ซึ่งพอปล่อยออกมาแฟนๆ ก็เข้ามาบอกว่าดีใจที่เรากลับมาทำเพลงอีก เพราะเขาคิดถึง เราก็ดีใจ แฮปปี้มากค่ะ (ยิ้ม)

ช่วงที่หายไป 6 ปี คนคิดว่าเราแขวนไมค์ถาวรไปแล้ว? พั้นซ์ : ช่วงที่หายจากงานเพลงไป 6 ปี จริงๆ ก็ไม่เคยคิดจะเลิกร้องเพลงเลย

เพราะเรายังรู้สึกว่ายังมีศักยภาพพอที่เรายังร้องเพลงได้อยู่ ร่างกายเรายังไหว เสียงเรายังไหว และไม่จำเป็นด้วยว่าเราแต่งงานแล้วต้องเลิกทุกอย่างค่ะ

สามีว่ายังไงบ้างที่เรากลับมาทำงาน? พั้นซ์ : เขาแล้วแต่เราค่ะ เพราะเขาเข้าใจว่านี่คืออาชีพ และเป็นสิ่งที่เรารัก

ถ้าไม่ทำตรงนี้ก็ไม่รู้จะไปทำอะไร เรื่องธุรกิจก็ให้เขาทำ เขาไม่ได้บังคับว่าเราต้องไปช่วยเขาทำงาน หรือว่าต้องอยู่เป็นแม่บ้านอะไรแบบนั้น

เราต่างคนต่างทำงานที่เราถนัด ถ้ามีอะไรเราก็คอยซัพพอร์ตกัน เรา ไม่เคยกดดันหรือบังคับกันมาตั้งแต่แรกที่เราคบกันแล้วค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ © 2020 สำนักข่าวทัตสโตร์ออนไลน์
TRUSTSTORE ONLINE BY OKINFINITY LIMITED PARTNERSHIP (THAILAND)